ความแตกต่างระหว่าง ทาวน์เฮ้าส์ กับ ทาวน์โฮม
หากกำลังมองหาบ้านในฝันและกำลังสงสัยว่า "ทาวน์เฮ้าส์ กับ ทาวน์โฮม" ต่างกันอย่างไร PEACE & LIVING จะพาไปรู้จักจนเข้าใจกับ "ทาวน์เฮ้าส์" และ "ทาวน์โฮม" ว่ามีความหมายต่างกันอย่างไร ทั้งในแง่ของการตลาดและการใช้งานในปัจจุบัน
ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย คำว่า "ทาวน์เฮ้าส์" เป็นคำที่ใช้กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 ในขณะที่ "ทาวน์โฮม" เป็นคำศัพท์ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงปี 2010 เป็นต้นมา โดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใช้คำนี้เพื่อแยกแยะผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีกว่า
ความแตกต่างหลักจึงอยู่ที่การนำเสนอและการพัฒนาในปัจจุบัน ทาวน์เฮ้าส์มักจะหมายถึงบ้านแบบแถวที่สร้างติดกัน มีรูปแบบที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานจริง ส่วนทาวน์โฮมมักจะหมายถึงบ้านแบบแถวที่มีการออกแบบทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
ทาวน์เฮ้าส์ (Townhouse) คืออะไร?
"ทาวน์เฮ้าส์" คำที่มีรากฐานมาจากภาษาอังกฤษ ซึ่งในต่างประเทศ หมายถึง บ้านในเมืองที่มีลักษณะแบบแถว สร้างติดกัน โดยแต่ละหลังจะมีผนังร่วมกัน ในประเทศไทย คำนี้ถูกนำมาใช้เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว เมื่อตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยายตัว
ทาวน์โฮม (Townhome) คืออะไร?
"ทาวน์โฮม" ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและสื่อถึงความรู้สึกอบอุ่นของความเป็นบ้านมากกว่าคำว่า "ทาวน์เฮาส์" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกบ้านแถวในอดีต มีรูปแบบบ้านที่พัฒนาต่อยอดมาจากทาวน์เฮาส์ แต่ยังคงสร้างติดกันเป็นแถวโดยแต่ละหลังมีผนังติดกับบ้านข้างเคียงทั้งสองด้าน (ยกเว้นหลังริมหรือหัวมุม) มีการออกแบบที่ทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและมักมีหน้ากว้างที่มากกว่า และมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง เช่น สวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือคลับเฮ้าส์ ฯลฯ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบ้านที่มีความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบาย
ความแตกต่างที่เด่นชัดระหว่างทาวน์เฮ้าส์กับทาวน์โฮม
ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ
ความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดระหว่างทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮมอยู่ที่การออกแบบสถาปัตยกรรม ทาวน์เฮ้าส์แบบเดิมมักจะมีรูปแบบที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานเป็นหลัก แม้มีหน้าตาที่คล้ายกัน ใช้วัสดุหรือเทคนิคในการก่อสร้างที่ใกล้เคียงกัน แต่ในทางตรงกันข้าม ทาวน์เฮ้าส์มักจะมีรูปแบบที่เรียบง่าย ใช้วัสดุพื้นฐาน ขนาดมาตรฐานของการอยู่อาศัย มีการตกแต่งเพื่อรูปลักษณ์ ความสวยงามน้อยมาก ทาวน์โฮมมีการออกแบบที่ทันสมัย แบบบ้านหลากหลาย การใช้สีและวัสดุที่มีคุณภาพ มีการจัดการพื้นที่ใช้สอยที่ดีและมีการใช้แสงธรรมชาติเข้ามาประกอบการออกแบบ ระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ และนิยมตกแต่งให้สวยงามน่าอยู่ เป็นที่ถูกชมไม่ขาดปาก
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและคุณภาพชีวิต
ความแตกต่างที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ ทาวน์เฮ้าส์แบบเดิมมักจะมีเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ระบบรักษาความปลอดภัยเบื้องต้น แต่โครงการทาวน์โฮมในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันกว่า เช่น
- Club House ที่มีทั้งฟิตเนสและสระว่ายน้ำ
- สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวในโครงการ
- ห้องสมุด มุมอ่านหนังสือ หรือ Co-working Space
- ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- ระบบจอดรถอัจฉริยะ
- ระบบ Smart Home
- ระบบการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
ด้านการใช้งานและประโยชน์
ทาวน์เฮ้าส์เหมาะสำหรับคนที่ต้องการบ้านที่เน้นการใช้งาน มีพื้นที่เก็บของเพียงพอ เรียบง่ายแต่ใช้งานได้อย่างครอบคลุม เป็นบ้านที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ไม่ได้ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ซึ่งต่างจากทาวน์โฮมที่เหมาะสำหรับความต้องการบ้านที่ทำได้ทั้งการใช้งาน ความสวยงาม ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องการพื้นที่พักผ่อน และนันทนาการ สะท้อนสไตล์ชีวิตได้อย่างครอบคลุมลงตัว หลายคนอาจนึกถึงภาพของพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน ตั้งแต่ คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ หรือโซนพื้นที่สีเขียวใจกลางโครงการ
นอกจากนี้ทาวน์โฮมมักจะมีการออกแบบที่รองรับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ได้ดีกว่า มีพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการจัดเป็นห้องทำงาน หรือมีพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถใช้เป็น Co-working Space ได้ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่เหมาะกับพฤติกรรมของคนในปัจจุบัน
ความต้องการในที่อยู่อาศัยและการใช้งาน
ความต้องการของการอยู่อาศัยไม่มีผิดถูก ซึ่งขึ้นอยู่กับความปัจเจกนิยมของแต่ละครอบครัวมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้นการวิเคราะห์ถึงความต้องการที่แท้จริงของครอบครัว จะช่วยให้เลือกที่อยู่อาศัยให้อยู่แล้ว "สบายใจ" ได้ถูกต้อง
ขนาดครอบครัว บ้านที่พอดีกับขนาดครอบครัวอบอุ่นที่สุด ใหญ่ไปก็อ้างว้าง แคบไปก็อึดอัด ดังนั้นแล้วการรู้จักขนาดครอบครัวของตัวเองและเลือกประเภทบ้านให้เหมาะสมนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าเลือกผิด แก้ยาก เสียเสียเวลา เสียเงินไปอีกต่อนึงโดยไม่จำเป็นเลย
วิถีชีวิตประจำวัน หลายครอบครัวมีกิจกรรมในบ้านเป็นส่วนใหญ่ อาจมีงานอดิเรก การค้าขาย หรือนิยมพักผ่อนหย่อนใจในบ้าน หรือบางครอบครัวมีบ้านไว้นอนเท่านั้น ที่เหลือของชีวิตอยู่ข้างนอกบ้านแทบทั้งหมด ก็ต่างมีความต้องการบ้านคนละแบบตั้งแต่เรื่องที่จอดรถ จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ แบบบ้าน พื้นที่ใช้สอยของตกแต่ง
การทำงาน หลายคนมักเลือกบ้านใกล้ที่ทำงานหรือชอบทำงานใกล้บ้าน ซึ่งด้วยระยะทางที่ใกล้ ทำให้ไม่ต้องตื่นเช้ามากและไม่ต้องพาร่างที่อ่อนเพลียจากการทำงานเดินทางกลับบ้านด้วยระยะทางไกล ๆ ทำให้เงื่อนไขนี้ค่อนข้างเป็นที่ยินมในการเลือกทำเลของบ้านของชาวออฟฟิตอีกด้วย
ทำเลที่ตั้งและความสะดวกสบาย
ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากแต่ละทำเลจะมีลักษณะคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันไป
สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ เช่น ร้านชำ/โชห่วย ร้านสะดวกซื้อติดแอร์ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ตลาดสด ปั๊มน้ำมัน ธนาคาร แหล่งคอมมูนิตี้พบปะกันของคนที่มีความชอบเดียวกัน ฟิตเนส สระว่ายน้ำ หรือสวนสาธารณะพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่
ระยะทางและตัวเลือกในการเดินทาง หากทำเลที่อยู่มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลายและไม่ไกลจากจุดหมายที่เดินทางไปบ่อยๆ เช่น ที่ทำงาน ร้านอาหาร แหล่ะพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้ทำเลเหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยบางครั้งบ้านที่ราคาสูงแต่ใกล้ที่ทำงานอาจคุ้มค่ากว่ามากกว่าในระยะยาวก็เป็นได้
ความปลอดภัยของพื้นที่ หาอุบัติเหตุ อัตราอาชญากรรม ระบบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบ มีผลต่อความน่าอยู่ของบ้าน แน่นอนว่าการที่ใกล้บ้านมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นน้อย ไม่มีประวัติการลักขโมย ปล้น จี้ หรือมีกล่องแดงและเป็นเส้นทางที่สายตรวจสัญจรผ่านบ่อย ทำเลแบบนี้จะช่วยให้สบายใจ นอนหลับได้เต็มตื่นมากยิ่งขึ้น หยุดยาวไปเที่ยวได้แบบไร้กังวล
แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ หากในอนาคตมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการทำท่อ ทำผิวถนนใหม่ การจัดการจัดเรียงสายไฟฟ้าใหม่ หรือระบบรถไฟฟ้า โดยรอบบริเวณบ้านจะทำให้ที่อยู่ทำเลนั้น มีมูลค่าที่สูงขึ้นในระยะยาว ซึ่งในระยะสั้นเองก็ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาปรับปรุง
เทรนด์การอยู่อาศัยของทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮมในปัจจุบัน
อสังหาริมทรัพย์ไทยนั้นมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการด้านที่อยู่อาศัยที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮม ซึ่งเป็นที่ต้องการของคนที่ย้ายมาจากคอนโด เนื่องจากการขยายของครัวครอบและความต้องการในพื้นที่มากขึ้น
ทาวน์เฮ้าส์มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 5-8% ส่วนทาวน์โฮมมีการเติบโตที่สูงกว่า คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10-15% โดยเฉพาะโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต จากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและระบบคมนาคมที่สะดวกยิ่งขึ้น บ้านที่คนรุ่นใหม่กำลังมองหา ใกล้แหล่งงาน เดินทางง่าย มีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาแนวราบได้แบบทวีคูณ
ทาวน์เฮ้าส์ กับ ทาวน์โฮม มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกัน แต่ทาวน์เฮ้าส์นั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการบ้านที่ใช้งานได้ดี ในราคาที่เข้าถึงได้ เหมือนเสื้อยืดตัวโปรดที่ใส่ง่าย คล่องตัว ราคาน่ารัก ในขณะที่ทาวน์โฮมตอบโจทย์คนที่มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน คงเหมือนเสื้อเชิ้ตที่ตัดเย็บมาโดยเฉพาะ ทั้งพอดีตัวและเสริมภาพลักษณ์ชีวิตให้ดูดีขึ้นในทุกมุมมอง
ไม่ว่าจะชอบความเรียบง่ายของ ทาวน์เฮ้าส์ หรือหลงใหลในดีไซน์และฟังก์ชันของ ทาวน์โฮม สิ่งสำคัญ คือ การเลือก “บ้าน” ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งการจัดวางพื้นที่ใช้สอย ดีไซน์ที่เป็นมิตรกับครอบครัว และบรรยากาศที่ทำให้บ้านกลายเป็นที่ที่ “สบายใจที่สุด” ตอบรับได้ทั้งความรู้สึกและการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน
เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย… แต่คือพื้นที่แห่งความสบายใจ ที่เราใช้พักใจ เอนกายได้อย่างไร้ความกังวล
บ้านที่ดีไม่ได้วัดกันที่ตารางเมตร แต่วัดที่ “ความสบายใจ” ที่ทุกคนได้อยู่ร่วมกัน
#wherePEACEat #ทาวน์โฮม #ทาวน์เฮ้าส์ #บ้านแฝด #บ้านเดี่ยว #บ้านใกล้รถไฟฟ้า #ทาวน์โฮมใกล้รถไฟฟ้า #PEACE30Years #PEACEandLIVING #findPEACEatHOME



