การมีบ้านหลังแรกเป็นความฝันของใครหลายคน แต่หนึ่งในคำถามยอดนิยมที่สำคัญของหลายครอบครัว คือ ควรเลือกสร้างบ้านเองหรือซื้อบ้านโครงการดี? แต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสีย และข้อควรรู้อะไรบ้าง เพื่อให้การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ไม่พลาด
บ้านสร้างเองเหมาะกับคนที่ต้องการออกแบบบ้านเอง เลือกวัสดุเอง และพร้อมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิด ส่วนบ้านโครงการเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความสะดวก เข้าอยู่ได้เร็ว เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย และมั่นใจในมาตรฐานการก่อสร้าง การเลือกแบบไหนจึงขึ้นอยู่กับเวลา งบประมาณ และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัว
บ้านสร้างเอง คืออะไร?
บ้านสร้างเอง หมายถึง การที่เจ้าของบ้านเลือกที่จะดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวเอง (เจ้าของบ้านจะเป็นผู้ควบคุมทุกขั้นตอนของโครงการตั้งแต่ต้นจนจบ) โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่หาทำเลเพื่อซื้อที่ดิน ถมที่ดิน ไปจนถึงการตกแต่งต่อเติมเพื่อเข้าอยู่อาศัย เพื่อให้ได้บ้านแบบที่ต้องการ
ข้อดีของการสร้างบ้านเอง
ออกแบบบ้านได้ตามที่ต้องการทุกรายละเอียด
หากเลือกที่จะสร้างบ้านเองแน่นอนว่าสามารถเลือกทุกรายละเอียดของบ้านได้ตามที่ต้องการ ตั้งแต่พื้นที่ใช้สอย การจัดวางห้อง วัสดุที่ใช้ ไปจนถึงสีสันและสไตล์ที่ชอบ ซึ่งเหมาะกับครอบครัวที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น ต้องการพื้นที่ทำงานที่บ้าน ห้องสำหรับผู้สูงอายุ ห้องสำหรับงานอดิเรก หรือพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงการออกแบบโครงสร้างจำนวนห้องน้ำ ห้องนอน ห้องรับแขก ให้ลงตัวตามต้องการ
คุณภาพวัสดุที่กำหนดได้เอง
อิสระในการเลือกวัสดุก่อสร้างตามงบประมาณและมาตรฐานที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง สุขภัณฑ์ ระบบไฟฟ้า หรือระบบปรับอากาศ ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพที่ได้รับ
เลือกทำเลที่ต้องการได้เอง
หากมีที่ดินอยู่แล้วหรือหาที่ดินในทำเลที่ชอบได้ การสร้างบ้านเองก็จะช่วยทำให้ได้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ สภาพสังคม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งช่วยเสริมกับบ้านที่ออกแบบได้เองอีก ทำให้กลายเป็นบ้านที่เลือกได้ในทำเลที่เราเลือกเอง
ข้อเสียและความเสี่ยงของบ้านสร้างเอง
ต้องติดตามงานอย่างใกล้ชิด และมักใช้ระยะเวลานาน
การสร้างบ้านใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 8-12 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ต้องคอยประสานงาน คอยตรวจสอบงาน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับคนที่ยุ่ง ไม่มีเวลา ใจไม่เด็ดขาด หรือหูตาไม่ไว ไม่รอบคอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายตามมาได้อีกหลายอย่าง
ความเสี่ยงเรื่องเกินงบประมาณ (ปลายบาน)
หากไม่มีประสบการณ์หรือขาดการวางแผนอย่างเข้าใจ ผู้ที่เลือกสร้างบ้านเองมักเจอปัญหางบประมาณบานปลายด้วยค่าใช้จ่ายแฝงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าออกแบบ (ไม่ถูกใจ แก้แบบ ไม่จบไม่สิ้น) ค่าขออนุญาตก่อสร้าง ค่าถมที่ ค่าต่อน้ำ-ไฟ ค่ามิเตอร์ หรือค่าใช้จ่ายบานปลายยอดนิยม คือ ค่าวัสดุก่อสร้าง ที่หน้างานสั่งมาขาดบ้าง เกินบ้าง ไม่ตรงสเปคต้องสั่งใหม่ ไม่ได้คุณภาพต้องรื้อ ทุบ แก้ไข กันอยู่เรื่อยไป ในส่วนนี้เองที่เป็นสาเหตุใหญ่ของงบบานปลายในบ้านสร้างเอง
ความเสี่ยงเรื่องผู้รับเหมา
การหาผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้นั้นเป็นเรื่องยาก ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนย่อมบอกว่าทำได้ ทำเป็น ที่มักมาพร้อมกับมุขไม้ตายเด็ด “ทำได้ดีกว่า และถูกกว่า” ทำให้การหาผู้รับเหมาที่ทำงานได้ดีจริงๆ นั้นเป็นเรื่องยาก อีกทั้งปัญหาหลักส่วนใหญ่ก็อยู่กับทีมหน้างานหรือผู้รับเหมานี่แหละ ทั้งหมกเม็ด พูดเลื่อนลอย ให้รายละเอียด ให้ไทม์ไลน์ไม่ได้ เมื่อรับงานจริง ทำให้งานล่าช้า คุณภาพไม่ตรงตามที่ตกลง หรือจะเป็นปัญหาคลาสสิกอย่างการหายตัว การทิ้งงาน
อย่างไรก็ตามผู้รับเหมาที่ดีมีฝีมือ งานมีมาตรฐาน ก็พบได้ทั่วไป เพียงแต่อาจต้องเลือก คัดกรอง ให้ดีก่อนตัดสินใจ
การขอสินเชื่อยุ่งยาก
การขอสินเชื่อในการสร้างบ้าน ธนาคารมักปล่อยสินเชื่อบ้านสร้างเองเป็นงวดๆ ตามความคืบหน้าของงาน ซึ่งในบางครั้งวงเงินอาจไม่เพียงพอและต้องใช้เงินสดหมุนเวียนก่อนค่อนข้างมาก (ใช้เงินตัวเองออกไปก่อน) อีกทั้งในเรื่องของวงเงินอนุมัติเอง อาจไม่ได้ตามต้องการ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ หรือในบางกรณีดอกเบี้ยที่ได้รับอาจสูงกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านโครงการเล็กน้อยก็เป็นได้
บ้านโครงการ คืออะไร?
บ้านโครงการ (โครงการบ้าน) คือ บ้านที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ (Developer) ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การหาที่ดิน ออกแบบ ก่อสร้าง ตรวจสอบ ตกแต่ง ฯลฯ รวมไปจนถึงการออกแบบและดูแลพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ไม่ว่าจะเป็น สวนสีเขียว คลับเฮ้าส์ ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ สระว่ายน้ำ ฯลฯ ตามแนวคิดและการออกแบบของโครงการ
ข้อดีของบ้านโครงการที่คุณอาจไม่เคยรู้
ความคุ้มค่าที่แท้จริงเริ่มต้นจากการเลือกที่ดิน
Developer มืออาชีพใช้เวลาและทรัพยากรมหาศาลในการคัดเลือกที่ดินที่เหมาะสม ทั้งในแง่ของทำเล การเข้าถึง สาธารณูปโภค ศักยภาพในการเติบโตของย่านนั้นๆ รวมไปจนถึงแผนการพัฒนาพื้นที่จากทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยการวิเคราะห์ทำเลของ Developer ครอบคลุม ทำให้พูดได้เลยว่าด้านทำเลถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของบ้านโครงการ
- การศึกษาข้อมูลเชิงลึก: วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของเมือง แผนผังเมือง โครงการขนส่งมวลชนที่วางแผนไว้ และโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
- การตรวจสอบสภาพที่ดิน: ตรวจสอบคุณภาพดิน ระดับน้ำใต้ดิน และความแข็งแรงของพื้นดิน เพื่อให้มั่นใจว่าเหมาะสมต่อการก่อสร้าง
- การวางผังโครงการ: จัดวางบ้านในโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด คำนึงถึงทิศทางลม แสงแดด และความเป็นส่วนตัว
ถือได้ว่าเป็นความเชี่ยวชาญที่การสร้างบ้านทั่วไปไม่สามารถทำได้เอง และเป็นมูลค่าเพิ่มที่ซ่อนอยู่ในบ้านโครงการ
การออกแบบที่ผ่านการวิจัยและพัฒนา
บ้านโครงการไม่ได้ออกแบบขึ้นมาจากความต้องการของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการออกแบบที่ผ่านการสำรวจ การเก็บข้อมูลด้านการอยู่อาศัย การฟังเสียงจากผู้ที่มาแบ่งปันเรื่องราวของบ้าน ทำให้การออกแบบในแต่ละครั้งได้คำนึงถึงปัญหาต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังถูกออกแบบผ่านความเข้าใจในความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัย ว่าต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร หรือในด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้เองก็ตาม ซึ่งไม่ได้เป็นการฟังเสียงใดเสียงหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการวิเคราะห์ผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในการอยู่อาศัย
การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ
วัสดุที่มีคุณภาพ อีกหนึ่งสิ่งพื้นฐานที่บ้านโครงการทุกหลังนั้นมี จากการออกแบบของ Developer ซึ่งไม่มีใครที่อยากกลับมาแก้ปัญหาของวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพในภายหลัง อีกทั้งการซื้อวัสดุในปริมาณมากเพื่อสร้างบ้านทั้งโครงการแน่นอนว่าต้องได้ราคาต่ำกว่าราคาทั่วไป ซึ่งทำให้การซื้อบ้านโครงการ มีโอกาสได้รับวัสดุคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปอีกด้วย
มาตรฐานการก่อสร้าง
บ้านโครงการ แม้ว่าจะมีมาตรฐานการก่อสร้างอยู่หลายระดับขึ้นอยู่กับ Brand ของโครงการนั้น ๆ แต่นั่นเองก็เป็นมาตรฐานที่สามารถจับต้องได้จริง อีกทั้ง Developer เอง ก็มีทีมงานที่มีประสบการณ์ผ่านการพิสูจน์ฝีมือด้วยการทำงานมาอย่างต่อเนื่องหลายหลังแม้จะเป็นภายในโครงการเองก็ตาม และในท้ายที่สุดย่อมมีการตรวจเช็กมาตรฐานของการก่อสร้าง ด้วยทีมงานมืออาชีพจากบริษัทเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการก่อสร้าง
สิ่งอำนวยความสะดวกและส่วนกลาง
โครงการบ้านในปัจจุบัน จะไม่ได้เป็นเพียงการรวมกันของสิ่งก่อสร้างอีกแล้ว แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างครบถ้วน ทั้งการอยู่อาศัย พักผ่อน สันทนาการด้วยพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ อีกทั้งยังมีโครงการบ้านที่มีคลับเฮ้าส์ ที่ประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ห้องอ่านหนังสือ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ หรืออื่น ๆ ตามการออกแบบ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความสะดวกสบายในการทำงานอดิเรก การพักผ่อน และการทำกิจกรรมต่าง ๆ แค่หน้าบ้านเลยก็ว่าได้
สิ่งอำนวยความสะดวก มาตรฐานโครงการบ้านสมัยใหม่
- ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง: ทีม รปภ มืออาชีพ กล้อง CCTV ระบบคีย์การ์ดเข้า - ออก หมู่บ้าน
- พื้นที่ส่วนกลาง: สวน สนามเด็กเล่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ คลับเฮ้าส์ ฯลฯ
- การบริหารจัดการ: นิติบุคคลที่เลือกเองได้ แต่ตั้งเองได้จากลูกบ้าน การดูแลทำความสะอาด การซ่อมแซมส่วนกลาง และระบบสาธารณูปโภคในโครงการ
ประหยัดเวลาอย่างมาก
ตั้งแต่การตัดสินใจซื้อจนถึงเข้าอยู่ใช้เวลาเพียง 3-6 เดือน (กรณีบ้านสำเร็จรูป) หรือ 6-9 เดือน (กรณีบ้านระหว่างก่อสร้าง) คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการหาผู้รับเหมา ควบคุมงาน หรือแก้ปัญหาระหว่างก่อสร้าง
ความร่วมมือจากสถาบันการเงิน
Developer มักมีการทำข้อตกลงกับธนาคารหลายแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่สนใจบ้านในโครงการ นั่นหมายถึง การได้รับอนุมัติในแพ็คเกจที่ดีกว่า อาจด้วยวงเงิน ดอกเบี้ย หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่พ่วงมาให้
ข้อเสียของบ้านโครงการ
ปรับแต่งได้จำกัด
แม้บางโครงการจะมีตัวเลือกให้ปรับเปลี่ยนบางส่วน แต่โดยรวมแล้วความยืดหยุ่นในการปรับแต่งนั้นน้อยกว่าบ้านสร้างเอง หากมีความต้องการพิเศษมากๆ อาจรู้สึกว่าการปรับแต่งนั้นมีข้อจำกัด ทำได้ยาก หรือทำไม่ได้เลย อีกทั้งการปรับเปลี่ยนบางอย่างยิ่งโดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับโครงสร้างอาจทำให้หลุดประกันเนื่องจากผิดเงื่อนไขก็เป็นได้
ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโครงการ
การอยู่ในโครงการ หมายถึง การอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านหลายครอบครัว จึงมีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด (ขึ้นอยู่กับระเบียบของโครงการ) เช่น ห้ามจอดรถนอกบ้าน ห้ามทำกิจการบางประเภท หรือห้ามต่อเติมเกินกำหนด เป็นต้น
ค่าส่วนกลางและนิติบุคคล
บ้านโครงการจำเป็นต้องจ่ายค่าส่วนกลางตามกำหนดอยู่เสมอ ซึ่งราคาค่าส่วนกลางขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ ตามข้อกำหนด ข้อตกลง หรือสิ่งอำนวยความสะดวก แม้จะได้ประโยชน์กลับมา แต่ก็เป็นรายจ่ายประจำที่ต้องใช้คิดประกอบ
ทำเลและขนาดที่ดินอาจไม่ได้ดีที่สุด
แน่นอนว่าทำเลของโครงการนั้นได้ผ่านการเลือกมาเป็นอย่างดี แต่อีกนัยหนึ่งทำเลนั้น ๆ อาจไม่ได้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราก็เป็นได้ เช่น โครงการบ้านใกล้รถไฟฟ้าแต่ต้องขับรถส่วนตัวไปทำงาน หรือแปลงที่เราชอบอาจมีผู้ที่สนใจซื้อไปแล้ว ก็เป็นได้
บ้านสร้างเอง - บ้านโครงการ แบบไหนที่เหมาะกับครอบครัว?
ควรเลือกบ้านสร้างเองก็ต่อเมื่อ
- มีที่ดินอยู่แล้วในทำเลที่ชอบ
- มีความต้องการพิเศษที่บ้านโครงการไม่สามารถตอบสนองได้
- มีเวลาและความรู้ในการควบคุมงานก่อสร้าง หรือมีคนใกล้ชิดที่ช่วยได้
- มีเงินสดเพียงพอสำหรับหมุนเวียนระหว่างก่อสร้าง
- ไม่รีบร้อนที่จะเข้าอยู่และยอมรับได้กับความไม่แน่นอน
- ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงและไม่ชอบการอยู่ในชุมชนที่มีกฎเกณฑ์
ควรเลือกบ้านโครงการก็ต่อเมื่อ
- ต้องการความสะดวกและประหยัดเวลา
- ไม่มีประสบการณ์ในการก่อสร้างหรือไม่มีเวลาควบคุมงาน
- ต้องการความมั่นใจในคุณภาพและการรับประกัน
- ชอบความสะดวกสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ
- ยอมรับได้กับการอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านและปฏิบัติตามกฎของโครงการ
คำแนะนำสำหรับครอบครัวยุคใหม่
สำหรับครอบครัวยุคใหม่ มักจะเป็นครอบครัววัยทำงานที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง บ้านโครงการมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะประหยัดเวลาในการดูแล มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัว และสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย ช่วยให้ได้บ้านที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานตามการตรวจเช็ก ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง
หากมีผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลใกล้ชิดหรือมีความต้องการพิเศษด้านสุขภาพ บ้านสร้างเองอาจตอบโจทย์ในการออกแบบการใช้งาน แต่บ้านโครงการเองก็ตอบโจทย์ในด้านความปลอดภัยและทีมงานที่ประจำอยู่ในโครงการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ
บ้านโครงการ - บ้านสร้างเอง บ้านหลังแรกของครอบครัว
การเลือกระหว่างบ้านสร้างเองกับบ้านโครงการไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความต้องการ และความพร้อมของแต่ละครอบครัว
สิ่งสำคัญ คือ ต้องประเมินให้ดีว่ามีความพร้อมในด้านใด ความต้องการในด้านใดบ้าง ไม่ควรตัดสินใจเลือกตามกระแส แต่ให้เลือกตามความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัว การมีบ้านหลังแรกเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบอย่างรอบคอบจะช่วยให้เลือกได้ถูกใจ และไม่เสียดายในภายหลัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบ้านสร้างเองและบ้านโครงการ
โดยทั่วไป บ้านโครงการมักคุมงบได้ง่ายกว่า เพราะราคาขาย ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายหลักมักถูกกำหนดไว้ค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ต้น ขณะที่บ้านสร้างเองแม้จะยืดหยุ่นกว่า แต่มีโอกาสเกิดค่าใช้จ่ายแฝงหรือบานปลายได้ง่าย หากวางแผนงบไม่รอบคอบหรือควบคุมหน้างานไม่ใกล้ชิด
หากต้องการเข้าอยู่เร็ว บ้านโครงการมักเหมาะกว่า โดยเฉพาะบ้านพร้อมอยู่หรือบ้านที่ก่อสร้างใกล้เสร็จ เพราะไม่ต้องเริ่มตั้งแต่การหาที่ดิน ออกแบบ ขออนุญาต และคุมงานก่อสร้างเองเหมือนบ้านสร้างเอง จึงช่วยลดทั้งระยะเวลาและความซับซ้อนในการจัดการได้มาก
โดยมากการซื้อบ้านโครงการมักขอสินเชื่อได้สะดวกกว่า เพราะ Developer มักมีความร่วมมือกับธนาคารหลายแห่ง ทำให้ขั้นตอนเอกสารและแพ็กเกจสินเชื่อค่อนข้างพร้อม ส่วนบ้านสร้างเองมักต้องเบิกเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน และในบางกรณีผู้กู้อาจต้องมีเงินสำรองหมุนเวียนมากกว่า
บ้านโครงการมักสบายกว่าในมุมของการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง ระบบรักษาความปลอดภัย และการจัดการสภาพแวดล้อมร่วมกัน ขณะที่บ้านสร้างเองอาจได้อิสระและความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบเรื่องการดูแล ซ่อมแซม และจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองมากขึ้น
สำหรับหลายครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก บ้านโครงการมักเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่า เพราะช่วยลดภาระการตัดสินใจหลายด้าน ทั้งเรื่องทำเล มาตรฐานการก่อสร้าง สินเชื่อ และระยะเวลาเข้าอยู่ แต่หากครอบครัวมีที่ดินอยู่แล้ว มีความต้องการเฉพาะ และพร้อมรับมือกับการคุมงานก่อสร้าง บ้านสร้างเองก็อาจตอบโจทย์ได้มากกว่า



